สิ่งที่แนบมาด้วย คลิกที่นี่
ขอแจ้งแนวปฏิบัติสำหรับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้า สำนักงาน คปภ. กำหนดแนวปฏิบัติเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สำหรับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้า เช่น อินฟลูเอนเซอร์ , บล็อกเกอร์ , ผู้สร้างคอนเทน หรือบุคคลทั่วไป สามารถเผยแพร่ข้อมูลหรือความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประกันภัยได้ แต่ห้ามทำการชักชวน โฆษณาชวนเชื่อ เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ หรือรับทำสัญญาและรับเงินแทนบริษัทโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายประกันภัย
- กำหนดขอบเขตของบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่ให้ทำหน้าที่แทนตัวแทน/นายหน้า (ห้ามเสนอขายโดยไม่มีใบอนุญาต)
- ตัวแทน/นายหน้า ควรทราบหากมีการทำงานร่วมกับ อินฟลูเอนเซอร์ , บล็อกเกอร์ , ผู้สร้างคอนเทน โดยต้องกำกับดูแลให้การสื่อสารเป็นไปตามกฎหมาย และต้องไม่มอบหมายหรือสนับสนุนให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการในลักษณะที่เข้าข่ายการเสนอขายประกันภัยโดยไม่มีใบอนุญาต
- ห้ามมิให้มีการชักชวน เสนอขายประกันภัยที่ออกโดยบริษัทประกันภัยต่างประเทศซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย อาจทำให้ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และอาจพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตสามารถดำเนินการได้ ดังต่อไปนี้
- เผยแพร่ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกันภัย หลักการพื้นฐาน สิทธิประโยชน์กว้างๆ
- แชร์ นำเสนอข่าวสารหรือประกาศที่เป็นทางการจากภาครัฐ หรือสำนักงาน คปภ.
- อ้างอิงข้อความหรือข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ถูกต้อง และตรวจสอบได้
- ให้ข้อมูลเชิญให้ความรู้โดยไม่มุ่งหมายให้เกิดการตัดสินใจซื้อประกันภัย
บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตห้ามกระทำการ ดังต่อไปนี้
- เสนอขาย ชักชวน โน้มน้าว หรือแนะนำให้บุคคลใดซื้อประกันภัยผลิตภัณฑ์เฉพาะราย
- เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย ความคุ้มครอง หรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในลักษณะส่งเสริมการขายหรือชี้นำการตัดสินใจ
- เผยแพร่ข้อความโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือรีวิวที่มีลักษณะเป็นการเชิญชวนให้ทำประกันภัยโดยตรง
- แสดงช่องทางติดต่อส่วนตัว ลิงก์สมัครประกันภัย หรือช่องทางรับสมัครลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการเสนอขายประกันภัย
- รับคำขอเอาประกันภัย รับชำระเบี้ยประกันภัย หรือดำเนินการใด ๆ แทนบริษัทประกันภัยโดยไม่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง
- ทำการเจรจา ตกลง หรือจัดการให้เกิดสัญญาประกันภัยในนามของบริษัทประกันภัยโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
มีบทลงโทษอย่างไร
1. กรณีปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทน หรือนายหน้าโดยไม่มีใบอนุญาต
คำอธิบาย: การโพสต์เนื้อหาในลักษณะชี้ช่อง ชักชวน โน้มน้าว หรือเสนอขายประกันภัยโดยตรงผ่านสื่อดิจิทัล
บทลงโทษ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. กรณีจัดการทำสัญญา หรือรับเบี้ยประกันภัยโดยไม่มีอำนาจ
คำอธิบาย: การทำสัญญาประกันภัย หรือรับค่าเบี้ยประกันภัย ผ่านช่องทางดิจิทัลของตนเอง
บทลงโทษ: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. กรณีเข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย (กรณีทุจริตหลอกลวง)
คำอธิบาย: มีการชักชวน ชี้ช่อง หรือรับเงินแล้ว แต่ไม่นำส่งเบี้ยประกัน หรือไม่ทำประกันให้ลูกค้า ถือเป็นการทุจริตหลอกลวง
บทลงโทษ: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (หากกระทำต่อประชาชนในวงกว้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โทษจะสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตราความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประชาชน)
การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัลควรมุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยปราศจากลักษณะการเสนอขายหรือชักชวน หากมีวัตถุประสงค์ในการเสนอขาย ชี้ช่อง หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยแก่ประชาชน ควรดำเนินการโดยบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและลดความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย
เรียนเพื่อทราบค่ะ ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากประกาศสำนักงาน คปภ.เรื่องแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทน/นายหน้าฯกรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล มีผลวันที่ 24 ก.ค. 69 ตามไฟล์ที่แนบมา หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมโปรดติดต่อได้ที่อารยาค่ะ
